Search

โรค RSV คืออะไร พร้อมวิธีการสังเกตและการดูแลรักษา

โรค RSV คืออะไร พร้อมวิธีการสังเกตและการดูแลรักษา

Table of Contents

อีกหนึ่งไวรัสตัวร้ายที่ทำร้ายลูกของคุณได้นั้นเลยก็คือไวรัส RSV ที่นำมาสู่โรค RSV ที่เรารู้จักกันนั่นเอง โดยในช่วงที่ผ่านมาโลกนี้ได้แพร่ระบาดเป็นอย่างมากในกลุ่มของเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งด้วยความที่มันแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วนั้นก็ส่งผลให้เด็ก ๆ ป่วยพร้อมกันเป็นจำนวนมาก และมันก็ยังมีความรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไปอีกด้วย ทำให้เด็ก ๆ มีอาการหอบเหนื่อยและมีอาการปอดอักเสบรวมอยู่ด้วยนั่นเอง ซึ่งก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งโรคที่อันตรายมากเลยทีเดียว แล้ววันนี้บทความของเราก็จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากยิ่งขึ้นก็คือโรคอะไรและจะมีอะไรให้น่าสนใจจากโลกนี้ที่ควรรู้กันอีกบ้างก็มาดูกันได้เลย

ทำความรู้จัก โรค RSV พร้อมอาการและวิธีดูแล 

โรค RSV คืออะไร พร้อมวิธีการสังเกตและการดูแลรักษา 1

โรค RSV คือโรคที่เกิดจากไวรัส RSV ซึ่งเป็นไวรัสชนิดที่มีเปลือกหุ้มโดยจะเป็นการติดเชื้อผ่านทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่างและมีสาเหตุมาจากไข้หวัดหรือหลอดลมอักเสบซึ่งสามารถพบได้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีโดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี จะพบได้มากที่สุดเลยทีเดียวซึ่งโรคนี้ก็จะมีอาการที่ไม่รุนแรงเท่าไหร่และมักจะหายป่วยได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากมีอาการแสดงแต่ในเด็กเล็กนั้นมักจะแสดงอาการที่รุนแรงมากกว่า อีกทั้งเด็กคนใดที่คลอดก่อนกำหนดหรือเด็กที่เป็นโรคหัวใจนั้นก็จะมีความเสี่ยงที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

โรค RSV คืออะไร พร้อมวิธีการสังเกตและการดูแลรักษา 2

อาการของโรค RSV

  1. มีไข้ไอจามและมีน้ำมูก
  2. หายใจหอบเหนื่อยจากอกไปแล้วมีความบุ๋มได้ยินเสียงปอดที่ผิดปกติเสียงหายใจของลูกดังวี๊ด ๆ
  3. รับประทานอาหารได้น้อย
  4. ร้องกวนบ่อยดูซึมลงมักเกิดขึ้นในเด็กทารก

ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะแสดงออกภายใน 4-6 วันหลังจากได้รับเชื้อและอาการทั่วไปอาจเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาเท่านั้นซึ่งหากเป็นโรคนี้แล้วก็จะทำให้เด็กมีอาการคล้ายกับโรคหอบหืดอีกด้วย

วิธีดูแลรักษา

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยโรค RSV
  2. หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่แออัดโดยเฉพาะไม่ควรพาเด็กเล็กไปเล่นในที่ที่มีเด็กเล่นกันอยู่ในจำนวนมาก
  3. สำหรับผู้ที่ป่วยคนรถออกจากบ้านในช่วงที่ไม่สบายเพื่อไม่ให้เชื้อในร่างกายแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น อีกทั้งยังควรปิดปากทุกครั้งขณะไอและจาม
  4. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เพราะฉะนั้นหากคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่เห็นว่าลูกของคุณมีอาการเหล่านี้ปรากฏให้เห็นก็สามารถที่จะพาลูกของคุณนั้นไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการและทำการรักษาได้อย่างถูกต้องและไม่ทำให้อาการของโรคนั้นบานปลายที่อาจส่งผลเสียต่อลูกของคุณ รวมไปถึงความเสี่ยงภายในต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่คุณพ่อและคุณแม่จะต้องสังเกตอาการของโรคเมื่อเกิดอาการไข้เหล่านี้เอาไว้ให้ดี

เครดิต www.nestlemomandme.in.th

อ่านต่อที่ ลูกร้องตอนกลางคืน แบบนี้ปกติไหม ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า

LUNA666

Search
Recent Posts
Main Menu
Tags
Fico (1) Homeschool (1) การ์ตูน (1) ขนมเด็ก (2) ของเล่น (1) ของเล่นเด็ก (2) ของใช้สำหรับเด็ก (76) คาร์ซีท (4) คาเฟ่เด็ก (1) คู่มือแม่ลูกอ่อน (63) ค่าเทอมไม่แพง (3) จุกนม (1) ตัวต่อเลโก้ (1) ทรงผมลูกชาย (2) ทารก (1) ทิชชู่เปียก (1) ที่เรียนพิเศษ (1) นมผง (3) ประกันสุขภาพ (1) ประกันสุขภาพเด็ก (1) ผ้าอ้อม (2) พัฒนาการทารกในครรภ์ (1) พัฒนาการเด็ก (62) ราคาถูก (1) สนามเด็กเล่น (1) หมวกเด็ก (2) อาหารเด็ก (2) ฮาร์เบอร์แลนด์พัทยา (1) เด็กเล็ก (1) เด็กแรกเกิด (2) เตรียมอนุบาล (1) เนอสเซอรี่ (2) เรียนภาษาอังกฤษ (1) เสริมสร้างพัฒนาการ (1) แปรงสีฟันเด็ก (1) แพมเพิส (1) แพมเพิสแบบเทป (1) โรงเรียนนานาชาติ (1) โรงเรียนประถม (1) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็ก (1) โรงเรียนอนุบาล (4) โรงเรียนอนุบาลกรุงเทพ (1) โรงเรียนอนุบาลชื่อดัง (1) โรงเรียนและการศึกษา (13) โลชั่นเด็ก (2)

สิ่งที่น่าสนใจ

ร้านอาหารอร่อย
kinkubsher

แฟชั่นผู้ชาย
maleextratoday

แต่งงาน
weddingdistrictfrance